-Diary- 40อย่าง ว่าด้วยเรื่อง "กิมจิ"
posted on 03 Aug 2009 16:11 by bloommifild in Diaryที่หายไป 2 วันนี่ พอดีว่าไปต่างจังหวัดมาน่ะนะ
รูปเยอะมากๆ ตอนนี้กำลังปรับรูปอยู่ค่ะ
เอนทรี่หน้าจะเอามาลงนะคะ
ก่อนที่จะเข้าเรื่อง
http://bloommifild.mybrute.com/
เข้ามาเล่นกันนะ
คือมันเป็นเกมส์ที่เรามีหน้าที่แค่นั่งลุ้นว่ามันจะสู้ชนะมั้ย มันเล่นง่ายมากเลยนะ แต่ก็สนุกดี
ถ้าจะเริ่มเล่นก็ ใส่ชื่อตัวที่จะเล่นตรงด้านบนของตัวละครฝั่งซ้าย แล้วก็กดเลือกตัวที่จะเล่น พอเลือกได้แบบที่ต้องการแล้ว ให้คลิกที่ VALIDATE แล้วมาแข่งกันค่ะ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ส่วนเอนทรี่นี้ เขียนเพื่อสนองตัวเองทั้งหมด
อย่างที่เคยพูดไว้ค่ะ จากเอนทรี่นี้ ที่เคยทิ้งท้ายกันไวว่า กิมจิ หมัก หรือ ดอง
(คือ...มันอยู่ในข้อสอบอ่ะ)
ลองไปถามครูมาแล้วก็ไม่บอก เพราะห้องเรามีคนไม่ได้สอบในวันนี้ ต้องไปสอบทีหลังคนอื่น อะไรเนี่ยแหละ
เปิดหนังสือเรียน....หาไม่เจออ่ะ(หรือเราหาไม่ดีก็ไม่รู้นะ) ครูเค้าบอกว่า เนี่ยเป็นความรู้รอบตัว อยากรู้ก็ไปหาเอาเองสิ....
นั่นแหละที่มาของเอนทรี่นี้ (ที่มันดูอัพเลวแบบมีสาระ 555+)
จากการสอบถามเพื่อนๆชาวเอกทีนไปส่วนนึง + ถามร้านเกาหลีหน้าโรงเรียน + หาข้อมูล ก็ได้ผลสรุป(ในแบบของเรา) ดังนี้ค่ะ
- กิมจิมี 2 ประเภท คือเป็นกิมจิเกาหลี และกิมจิญี่ปุ่น
- แต่ที่นิยมมากว่า(คิดว่านะ) ก็คงเป็นกิมจิเกาหลี
- คำว่ากิมจิ ว่ากันว่า น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า "ชิมเช" ที่แปลวาผักดองเค็ม
- กิมจิเป็นผักดองของ ภูมิปัญญาของชาวเกาหลี(ในที่นี้จะพูดแค่เกาหลีนะ)
- กระบวนการของกิมจิเป็นการหมัก

- เพราะงั้นถ้าจะให้ถูก กิมจิเกิดจากการหมักนะคะ แต่เราเรียกกันว่าดอง (งงวุ้ย~ ข้อสอบฉัน)
- ส่วนใหญ่ผักที่จะนำมาใช้ทำเนี่ย ก็จะเป็นผักกาดขาว
- ผักอื่นก็มีแต่เราคิดว่าผักกาดขาวอร่อยสุด -/โดนคนอ่านถีบ
- การหมักของเขาเนี่ย เป็นการผสมผักกาดขาว พริกแดง กระเทียม ขิง และน้ำซุบจากปลากะตัก เข้าด้วยกัน ใส่โหลทิ้งไว้ 2-3 วัน(หรือมากกว่านั้นก็ได้ เพื่อจะได้รสจัดยิ่งขึ้น)
- จะบอกว่าพริกแดง...ถึงจะสีแดงสดน่ากลัวขนาดไหน แต่มันไม่เผ็ดเลยซักนิด เพราะมันมีแต่เปลือก(เพราะเราเคยตักใส่ช้อนแล้วทานเปล่าๆมาแล้ว....ก็แค่ร้อนๆ ไม่เข้าขั้นเผ็ดหรอกมั้ง)
- แล้วผักกาดขาวที่ใช้ทำกิมจิเนี่ย ต้องเป็นผักกาดขาวจีนด้วยนะ เพื่อรสชาติทีดี
- คนเกาหลีเอากิมจิไปประกอบอาหารแทบจะทุกอย่าง......แต่มันก็อร่อยนะ
- ยกตัวอย่างเช่น กิมจิจิเกะ คือซุปกิมจิ เสิร์ฟในหม้อร้อน ส่วนประกอบคือ กิมจิ หัวหอม เต้าหู้ และเนื้อสัตว์ มีรสชาติเผ็ด...แต่ก็อร่อย
- น้ำแดงๆที่เกิดจากการหมักของกิมจิ คือน้ำของผักผสมกันพริกที่ใช้หมัก บางทีมันมีน้ำจากผักออกมามาก ทำให้ดูเหมือนดองเลยล่ะ
- การทำกิมจิเริ่มต้นช่วงศตวรรษที่ 7เนื่องจากอากาศที่เกาหลีหนาว เพราะปลูกอะไรไม่ขึ้น จงคิดวิธีถนอมอาหารในแบบของตัวเองแล้วพัฒนามาเป็นแบบปัจจุบัน
- ในสมัยนั้นใช้วิธีทำผักดองเค็มด้วยเกลือหมักในไหแล้วนำไปฝังดิน
- เชื่อว่ารสชาติคงไม่เหมือนตอนนี้หรอกมั้ง แต่ก็นะ เพื่อความอยู่รอดของคนเกาหลี
- ช่วงศตวรรษที่ 12 ได้มีการทำกิมจิในรูปแบบใหม่ที่มีส่วนผสมของเครื่องเทศและเครื่องปรุงรส ทำให้หลากหลายขึ้นมาอีก
- กิมจิถูกจัดเป็นยารักษาโรคด้วย ในตำรา "ฮันยักกูกึบบัง" ของคนเกาหลีน่ะนะ
- มี 2สูตรด้วยกัน คือเอาผักกาดขาวฝานแล้วไปหมักกับซอสถั่วเหลือง อีชนิดเป็นหัวไชโป๊ว
- พริกที่เอามาทำกิมจิ แต่ก่อนนำเข้าจากญี่ปุ่น นำเข้ามาเมื่อช่วงศตวรรษที่ 17พร้อมกับผักชนิดต่างๆ ทำให้กิมจิมีความหลากหลายมากขึ้น
- กิมจิเริ่มเป็นที่นิยมจากประเทศใกล้เคียงเกาหลี(?)ก่อนคือ จีน ญี่ปุ่น รัสเซีย
- กิมจิญี่ปุ่นที่จริงมันก็เริ่มมาจากเกาหลีเนี่ยหละ โดยเรียกกิมจิในแบบของญี่ปุ่นว่า "คิมุชิ" พร้อมดัดแปลงรสชาติให้เป็นแบบของญี่ปุ่นมากขึ้น(แต่รู้สึกรสชาติไม่ค่อยต่างกันเท่าไหร่...มั้ง)
- จากเองสารของพิพิธภัณฑ์กิมจิ ในกรุงโซล พบว่ามีกิมจิอยู่ 187 ชนิด (ใครอยากคิดเพิ่มเป็นชนิดที่ 188 ก็ลองดูนะ 55+)
- กิมจิถูกจัดเป็นอาหารสุขภาพด้วย เพราะมีวิตามินสูง
- กิมจิยังมีโปรไบโอติกส์แลคโตแบซิลลัสที่ให้กรดแลคติกด้วย ซึ่งมาจากผักกาดขาว หัวหอม กระเทียม
- แต่ก็มีโทษเหมือนกันนะ คือถ้าทานมากเกินไปก็เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารนะ (แหงสิ ก็มันเป็นของหมักดองนี่หว่า= =")
- แต่ในการศึกษาบางชิ้นนั้น อ้างว่าการบริโภคกิมจิมีส่วนช่วยในการลดการเกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร (อ้าว =[]=!!!) แต่ก็มีการศึกษาบางชิ้นอีกเช่นกันที่อ้างว่ากิมจิ(ที่มีส่วนผสมเป็น หัวผักกาด)จะเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง
- ข้อข้างบนเอาเป็นว่ายังหาคำตอบไม่ได้แล้วกัน แต่ในความคิดเราเนี่ย ของหมักดองมันทำให้เกิดมะเร็งไม่ใช่เหรอ???
- แต่มันก็อร่อยนะ ก็ชอบกินอ่ะ(ยังไม่เลิก)
- การบริโภคกิมจิเป็นจำนวนมาก จะได้รับเกลือหรือน้ำปลาที่ใช้ในการหมักและปรุงรสเป็นจำนวนมากเช่นกัน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพขึ้นได้
- เพราะงั้นทางทีดีคือทานให้พอเหมาะพอดีละกันนะ
- กิมจิที่มาจากก่หลีจะมีสัญลักษณ์เป็นของตัวเองด้วย เพื่อสามารถยกยะได้ระหว่างกิมจิเกาหลีละญี่ปุ่น(คิมุจิ) โดยองค์กรการค้าละการประมงเกาหลี
- หน้าตาก็ประมาณนี้
น่ารักดีเนอะ (รูปภาพประกอบจากวิกิพีเดียค่ะ) - ประเทศเกาหลีใต้มักนำเข้ากิมจิมากกว่าส่งออก โดยนำเข้าจากจีน
- และเคยพบว่ากิมจิจากจีนมีไข่ปรสิตด้วย อร่อยเนอะ ~ (ทำไมมันไม่ผลิตเองฟระ ทั้งๆที่เป็นอาหารประจำชาติ= =)
- เมื่อพบแบบนั้นเลยเลิกนำเข้ากิมจิจากจีน แต่ภายหลังก็พบว่า ที่จริงกิมจิที่เกาหลีผลิตมันก็มีไข่ปรสิตเหมือนกันน่ะแหละ
- เวลาคนเกาหลีจะถ่ายรูป เขาจะพูดคำว่า"กิมจิ~~~~~~~~~" ลากเสียงยาวๆเหมือนที่ต่างชาติพูด "ชีสสสสสสสสสสสสส" น่ะแหละ
(หรือจะเป็บซี่~~~ หรือจะคำ่า ขรี้~~~~ ก็คงไม่ต่างกัน)
- ที่เกาหลีบางทีก็มีตู้เย็นไว้เก็บกิมจิโดยเฉพาะ เพื่อไม่ให้กลิ่นของกิมจิปนไปกับอาหารอย่างอื่น (คงเหมือนกับพวกปลาร้าปลาจ่อมบ้านเราล่ะมั้งเนอะ^ ^")
- อันนี้เคยเจอที่ไหนไม่รู้ เค้าบอกว่า กิมจิช่วยบรรเทาอาการองไข้หวัดนกได้ด้วยล่ะ
(แต่กับ 2009 นี่ไม่รู้เหมือนกันแฮะ)
เรื่องที่จะมาอัพก็มีเพียงแค่นี้ ไปทำการบ้านต่อดีกว่า
ลาละค่ะ
COLORLESS LANDSCAPE
ถึงบุ้งไม่ชอบของหมักดอง แต่รักกิมจิมากกกก
#1 By นุ้งบุ้งอารมณ์ดี ❤ on 2009-08-03 18:57